ข้อสอบกฎหมายอาญา วิธีพิจารณาความอาญา และพยาน นายร้อยตำรวจ สายสอบสวน (พนักงานสอบสวน)
ประมวลกฎหมายอาญา ภาคทั่วไปและภาคความผิด ป.วิ.อาญา การจับ ค้น ควบคุม สอบสวน และกฎหมายลักษณะพยาน ระดับนายร้อยตำรวจ
หัวข้อที่ออกสอบ
ตัวอย่างข้อสอบกฎหมายอาญา วิธีพิจารณาความอาญา และพยาน พร้อมเฉลย
ข้อ 1
กฎหมายอาญา: เจตนา พลาด และสำคัญผิดนาย ก. โกรธเจ้าของบ้านหลังหนึ่ง จึงใช้ปืนยิงกราดเข้าไปในบ้านหลายนัดเพื่อข่มขู่ โดยรู้อยู่ว่าในบ้านมีคนอยู่หลายคน แม้ไม่ได้เล็งยิงผู้ใดโดยเฉพาะ กระสุนถูกนาย ค. ซึ่งอยู่ในบ้านถึงแก่ความตาย นาย ก. กระทำโดยเจตนาในลักษณะใด
- ก. ประสงค์ต่อผล เพราะการยิงกราดแสดงว่าต้องการให้คนในบ้านถึงแก่ความตาย
- ข. เจตนาโดยพลาด เพราะกระสุนที่ยิงขู่เจ้าของบ้านพลาดไปถูกนาย ค.
- ค. ประมาท เพราะไม่ได้ตั้งใจให้ผู้ใดตาย เพียงขาดความระมัดระวังในการยิงขู่
- ง. เล็งเห็นผล เพราะย่อมเห็นได้ว่ากระสุนอาจถูกคนในบ้านถึงแก่ความตาย
ดูเฉลย เทคนิคติวเตอร์ และวิธีคิด
คำตอบ: ง. เล็งเห็นผล เพราะย่อมเห็นได้ว่ากระสุนอาจถูกคนในบ้านถึงแก่ความตาย
เทคนิคติวเตอร์ — เห็นโจทย์แบบนี้ ตอบแบบนี้
เห็น "ไม่ได้ตั้งใจให้ใครตาย แต่ทำสิ่งที่ใครก็รู้ว่าอันตรายถึงชีวิต (ยิงเข้าฝูงชน/บ้านที่มีคน)" → เจตนาเล็งเห็นผล ไม่ใช่ประมาท · ประมาท = ไม่ได้คาดคิดเพราะขาดความระมัดระวัง
วิธีคิด
จับใจความโจทย์: ไม่ได้ต้องการให้ใครตายโดยตรง แต่รู้ว่าการยิงเข้าไปในบ้านที่มีคนอยู่ย่อมทำให้คนตายได้ ป.อ. มาตรา 59 วรรคสอง: กระทำโดยเจตนา คือกระทำโดยรู้สำนึกในการกระทำ และประสงค์ต่อผล "หรือย่อมเล็งเห็นผล" ของการกระทำนั้น วิญญูชนย่อมเล็งเห็นว่าการยิงกราดเข้าไปในบ้านที่มีคนอยู่ กระสุนอาจถูกคนถึงตาย → เจตนาฆ่าโดยเล็งเห็นผล ตัวหลอกประสงค์ต่อผลผิด เพราะ ก. ยิงเพื่อข่มขู่ ไม่ได้ต้องการให้ผู้ใดตาย · ประมาทผิด เพราะผู้กระทำรู้ถึงอันตรายและยังเลือกทำเอง ไม่ใช่ขาดความระมัดระวัง · พลาดใช้เมื่อเล็งคนหนึ่งแล้วผลไปเกิดกับอีกคน แต่ ก. ไม่ได้เล็งยิงผู้ใดโดยเฉพาะ แม้แต่เจ้าของบ้าน
ข้อ 2
กฎหมายอาญา: ป้องกันและจำเป็นในคดีที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตน แต่ได้กระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ ตามประมวลกฎหมายอาญา ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยอย่างไร
- ก. ต้องยกฟ้องเสมอ เพราะเมื่อเป็นการป้องกันแล้ว แม้เกินสมควรผู้กระทำก็ไม่มีความผิด
- ข. ลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเพียงใดก็ได้ ถ้าเพราะตื่นเต้น ตกใจ หรือกลัว จะไม่ลงโทษก็ได้
- ค. ต้องลงโทษตามอัตราที่กฎหมายกำหนด เพราะการกระทำที่เกินสมควรไม่ได้รับความคุ้มครองใด ๆ
- ง. ลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่ง และถ้าเกิดจากความตื่นเต้น ตกใจ หรือกลัว ลดได้ถึงสองในสาม
ดูเฉลย เทคนิคติวเตอร์ และวิธีคิด
คำตอบ: ข. ลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดเพียงใดก็ได้ ถ้าเพราะตื่นเต้น ตกใจ หรือกลัว จะไม่ลงโทษก็ได้
เทคนิคติวเตอร์ — เห็นโจทย์แบบนี้ ตอบแบบนี้
จำ 3 ระดับ: ป้องกันพอสมควร (ม.68) = ไม่มีความผิด · จำเป็นพอสมควร (ม.67) = ผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ · เกินสมควร (ม.69) = ผิด ศาลลดโทษเท่าใดก็ได้ ถ้าเพราะตื่นเต้น/ตกใจ/กลัว ไม่ลงโทษก็ได้
วิธีคิด
จับใจความโจทย์: มีสิทธิป้องกันจริง แต่ตอบโต้เกินขนาด แล้วถามผลทางโทษ ป.อ. มาตรา 69: ในกรณี ม.67 และ ม.68 ถ้ากระทำไปเกินสมควรแก่เหตุ ศาลจะลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ แต่ถ้าการกระทำเกิดจากความตื่นเต้น ความตกใจ หรือความกลัว ศาลจะไม่ลงโทษก็ได้ คือยังเป็นความผิด แต่ศาลใช้ดุลพินิจลดโทษได้โดยไม่มีขั้นต่ำ ตัวหลอกยกฟ้องเสมอ ใช้กับการป้องกันที่ "พอสมควรแก่เหตุ" (ม.68) เท่านั้น · ลงโทษตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ขัด ม.69 · การลดกึ่งหนึ่งหรือสองในสาม ไม่มีในตัวบท เพราะ ม.69 ให้ลดได้เพียงใดก็ได้ และถ้าตื่นเต้น ตกใจ กลัว ไม่ลงโทษเลยก็ได้
ข้อ 3
กฎหมายอาญา: อายุกับความรับผิดเด็กชาย ก. อายุ 13 ปี ลักโทรศัพท์มือถือของเพื่อนร่วมชั้น ตามประมวลกฎหมายอาญาที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2565 ข้อใดถูกต้อง
- ก. ไม่ต้องรับโทษ แต่ศาลมีอำนาจใช้วิธีการ เช่น ว่ากล่าวตักเตือน หรือส่งตัวไปสถานฝึกและอบรม
- ข. ไม่ต้องรับโทษ และพนักงานสอบสวนต้องส่งตัวให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก
- ค. ศาลพิจารณาความรู้ผิดชอบว่าสมควรลงโทษหรือไม่ ถ้าสมควรลงโทษให้ลดมาตราส่วนโทษลงกึ่งหนึ่ง
- ง. ต้องรับโทษเช่นผู้ใหญ่ แต่ศาลอาจลดมาตราส่วนโทษลงหนึ่งในสามหรือกึ่งหนึ่ง
ดูเฉลย เทคนิคติวเตอร์ และวิธีคิด
คำตอบ: ก. ไม่ต้องรับโทษ แต่ศาลมีอำนาจใช้วิธีการ เช่น ว่ากล่าวตักเตือน หรือส่งตัวไปสถานฝึกและอบรม
เทคนิคติวเตอร์ — เห็นโจทย์แบบนี้ ตอบแบบนี้
ท่องเป็นขั้นบันได: ≤12 ไม่รับโทษ ส่งคุ้มครองเด็ก (ม.73) · >12–15 ไม่รับโทษ ศาลใช้วิธีการ (ม.74) · >15–<18 ศาลเลือกลงโทษ ลดกึ่งหนึ่ง (ม.75) · 18–20 ศาลจะลด 1/3 หรือกึ่งหนึ่งก็ได้ (ม.76)
วิธีคิด
จับใจความโจทย์: อายุ 13 ปี อยู่ช่วงใดของ ม.73–76 (ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2565 ยกอายุขั้นต่ำจาก 10 ปีเป็น 12 ปี) ป.อ. มาตรา 74: เด็กอายุกว่าสิบสองปีแต่ยังไม่เกินสิบห้าปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ไม่ต้องรับโทษ แต่ศาลมีอำนาจดำเนินการ เช่น ว่ากล่าวตักเตือน มอบตัวให้บิดามารดาโดยวางข้อกำหนด หรือส่งไปสถานศึกษา/สถานฝึกและอบรม ตัวหลอกเรื่องส่งพนักงานเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็ก คือ ม.73 ใช้กับเด็กอายุยังไม่เกิน 12 ปี ตัวหลอกลดกึ่งหนึ่ง คือ ม.75 (อายุกว่า 15 แต่ต่ำกว่า 18 ปี) · ตัวหลอกลด 1/3 หรือกึ่งหนึ่ง คือ ม.76 (อายุตั้งแต่ 18 แต่ยังไม่เกิน 20 ปี)
ข้อ 4
ความผิดต่อชีวิตและร่างกายผู้เสียหายในคดีทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บในลักษณะต่อไปนี้ กรณีใดถือเป็น "อันตรายสาหัส" ตามประมวลกฎหมายอาญา
- ก. กระดูกแขนหัก ต้องใส่เฝือก ประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้ยี่สิบห้าวัน
- ข. ฟกช้ำทั้งตัวและเจ็บปวดมาก ต้องหยุดพักรักษาตัว ประกอบกรณียกิจไม่ได้สิบห้าวัน
- ค. ต้องผ่าตัดและนอนโรงพยาบาลเจ็ดวัน แล้วกลับไปประกอบกรณียกิจได้ตามปกติ
- ง. แผลฉีกขาดที่แขน เย็บห้าเข็ม หายเป็นปกติภายในสิบวัน
ดูเฉลย เทคนิคติวเตอร์ และวิธีคิด
คำตอบ: ก. กระดูกแขนหัก ต้องใส่เฝือก ประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้ยี่สิบห้าวัน
เทคนิคติวเตอร์ — เห็นโจทย์แบบนี้ ตอบแบบนี้
จำตัวเลขเดียว "เกิน 20 วัน" (ทุกขเวทนา หรือทำกิจปกติไม่ได้) = สาหัส · โจทย์ให้จำนวนวันมา ให้เทียบกับ 20 ก่อนเลย ไม่เกิน 20 วัน = อันตรายแก่กายธรรมดา (ม.295)
วิธีคิด
จับใจความโจทย์: ถามเกณฑ์ "อันตรายสาหัส" ซึ่งทำให้โทษหนักขึ้นตาม ม.297 ป.อ. มาตรา 297 กำหนดอันตรายสาหัสไว้ 8 ลักษณะ เช่น ตาบอด หูหนวก ลิ้นขาด เสียอวัยวะ หน้าเสียโฉมอย่างติดตัว แท้งลูก และ (8) ทุพพลภาพหรือป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน หรือจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน กระดูกแขนหักจนทำกิจตามปกติไม่ได้ 25 วัน → เกิน 20 วัน เข้า (8) ตัวเลือกอื่นระยะเวลาไม่เกิน 20 วัน จึงเป็นเพียงอันตรายแก่กายตาม ม.295 แม้จะเจ็บปวดมากหรือต้องผ่าตัด เพราะความรุนแรงของอาการไม่ใช่เกณฑ์ ถ้าไม่เข้า 8 ลักษณะของ ม.297
ข้อ 5
ความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่นนาย ก. โมโหนาย ข. จึงตะโกนด่านาย ข. ต่อหน้าว่า "ไอ้ควาย ไอ้โง่" ขณะมีลูกค้าในร้านได้ยินหลายคน โดยไม่ได้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงใดเกี่ยวกับนาย ข. การกระทำของนาย ก. เป็นความผิดฐานใด
- ก. ไม่เป็นความผิด เพราะเป็นเพียงคำด่าทั่วไป
- ข. หมิ่นประมาท เพราะมีบุคคลที่สามได้ยิน
- ค. หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
- ง. ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า
ดูเฉลย เทคนิคติวเตอร์ และวิธีคิด
คำตอบ: ง. ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า
เทคนิคติวเตอร์ — เห็นโจทย์แบบนี้ ตอบแบบนี้
ทดสอบด้วยคำถาม "คนฟังจะเชื่อว่าผู้ถูกพูดถึงไปทำอะไรมาไหม" → มีเรื่องให้เชื่อ (ขโมย มีชู้ โกงเงิน) และพูดต่อบุคคลที่สาม = หมิ่นประมาท ม.326 · เป็นแค่คำด่า/สบถต่อหน้า = ดูหมิ่นซึ่งหน้า ม.393
วิธีคิด
จับใจความโจทย์: เป็น "คำด่า/คำเปรียบเปรย" ต่อหน้าผู้ถูกด่า ไม่ใช่การยืนยันข้อเท็จจริง ป.อ. มาตรา 326 หมิ่นประมาท ต้อง "ใส่ความ" คือกล่าวยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง คำว่า ไอ้ควาย ไอ้โง่ เป็นการด่าว่าเหยียดหยาม ไม่มีข้อเท็จจริงใดให้คนฟังเชื่อ จึงเป็นการดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้าตาม ม.393 ตัวหลอก: การมีคนอื่นได้ยินไม่ทำให้คำด่ากลายเป็นหมิ่นประมาท · "โดยการโฆษณา" หมายถึงเผยแพร่ด้วยเอกสาร ภาพ สิ่งพิมพ์ หรือการกระจายเสียง/ภาพ ไม่ใช่การพูดในร้าน · "ไม่ผิด" ขัด ม.393