ข้อสอบภาค ก: กฎหมายและการเป็นข้าราชการครูที่ดี ครูผู้ช่วย (ภาค ก + ภาค ข)
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ระเบียบข้าราชการครูฯ ระเบียบบริหารราชการ ศธ. สภาครูฯ จรรยาบรรณวิชาชีพ คุ้มครองเด็ก และธรรมาภิบาล
หัวข้อที่ออกสอบ
ตัวอย่างข้อสอบภาค ก: กฎหมายและการเป็นข้าราชการครูที่ดี พร้อมเฉลย
ข้อ 1
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ: ความมุ่งหมายและหลักการตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อความมุ่งหมายใด
- ก. ผลิตกำลังคนให้มีทักษะอาชีพตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานเป็นสำคัญเหนือด้านอื่น
- ข. ให้ผู้เรียนทุกคนสอบผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับชาติในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
- ค. พัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม
- ง. เพิ่มจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้มากที่สุด
ดูเฉลย เทคนิคติวเตอร์ และวิธีคิด
คำตอบ: ค. พัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม
เทคนิคติวเตอร์ — เห็นโจทย์แบบนี้ ตอบแบบนี้
เห็นคำว่า “ความมุ่งหมาย” ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ → มองหาวลี “มนุษย์ที่สมบูรณ์” (กาย ใจ สติปัญญา ความรู้ คุณธรรม) + “อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข” ตัวเลือกที่เน้นด้านเดียว เช่น เศรษฐกิจ คะแนนสอบ หรือปริมาณผู้จบ ตัดทิ้งได้เลย
วิธีคิด
จับใจความโจทย์: ถาม “ความมุ่งหมาย” ของการจัดการศึกษา (มาตรา 6) มาตรา 6 บัญญัติว่า การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ตัวเลือกเรื่องตลาดแรงงาน คะแนนสอบระดับชาติ หรือจำนวนบัณฑิต เป็นเป้าหมายเฉพาะด้าน ไม่ใช่ความมุ่งหมายแบบองค์รวมที่กฎหมายเขียนไว้
ข้อ 2
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ: สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 การจัดการศึกษาต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย เป็นเวลาไม่น้อยกว่ากี่ปี
- ก. 6 ปี
- ข. 9 ปี
- ค. 12 ปี
- ง. 15 ปี
ดูเฉลย เทคนิคติวเตอร์ และวิธีคิด
คำตอบ: ค. 12 ปี
เทคนิคติวเตอร์ — เห็นโจทย์แบบนี้ ตอบแบบนี้
เห็นคำว่า “ภาคบังคับ” → ตอบ 9 ปี · เห็นคำว่า “การศึกษาขั้นพื้นฐาน/รัฐจัดให้โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย” ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ → ตอบ ไม่น้อยกว่า 12 ปี ตัวเลข 15 ปีเป็นตัวเลขนโยบาย ไม่ใช่ตัวบท พ.ร.บ.
วิธีคิด
จับใจความโจทย์: ถามจำนวนปีของการศึกษาขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องจัดให้ทั่วถึง มีคุณภาพ และไม่เก็บค่าใช้จ่าย มาตรา 10 วรรคหนึ่ง: บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย 9 ปี คือการศึกษาภาคบังคับตามมาตรา 17 ไม่ใช่การศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งหมด 6 ปีเป็นเพียงช่วงชั้นประถมศึกษา ส่วน 15 ปีเป็นตัวเลขที่มักได้ยินจากนโยบายเรียนฟรี ไม่ใช่ถ้อยคำในมาตรา 10
ข้อ 3
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ: ระบบการศึกษาลุงสมชายสนใจการเลี้ยงผึ้ง จึงศึกษาจากคลิปวิดีโอ หนังสือ และไปขอความรู้จากเพื่อนบ้านที่เลี้ยงผึ้งตามเวลาที่ตนสะดวก โดยไม่มีหลักสูตรหรือการวัดผลใด ๆ การเรียนรู้นี้จัดเป็นการศึกษารูปแบบใดตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
- ก. การศึกษาตามอัธยาศัย
- ข. การศึกษาในระบบ
- ค. การศึกษานอกระบบ
- ง. การศึกษาพิเศษ
ดูเฉลย เทคนิคติวเตอร์ และวิธีคิด
คำตอบ: ก. การศึกษาตามอัธยาศัย
เทคนิคติวเตอร์ — เห็นโจทย์แบบนี้ ตอบแบบนี้
เห็นโจทย์ให้แยกรูปแบบการศึกษา 3 แบบ → มีหลักสูตรและเกณฑ์จบตายตัว = ในระบบ · ยืดหยุ่นแต่ยังมีหลักสูตร/วัดผลเพื่อจบ (เช่น กศน.) = นอกระบบ · เรียนเองตามความสนใจจากคน สื่อ ประสบการณ์ ไม่มีเกณฑ์จบ = ตามอัธยาศัย
วิธีคิด
จับใจความโจทย์: ผู้เรียนเลือกเรียนเองตามความสนใจ จากสื่อและบุคคล ไม่มีหลักสูตรและไม่มีการวัดผล มาตรา 15 (3) การศึกษาตามอัธยาศัย คือการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อม และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งความรู้อื่น ๆ การศึกษาในระบบมีหลักสูตรและเงื่อนไขการสำเร็จที่แน่นอน ส่วนการศึกษานอกระบบยืดหยุ่นกว่าแต่ยังมีการวัดและประเมินผลเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษา “การศึกษาพิเศษ” ไม่ใช่หนึ่งในสามรูปแบบตามมาตรา 15
ข้อ 4
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ: แนวการจัดการศึกษามาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 วางหลักการจัดการศึกษาไว้อย่างไร
- ก. ครูเป็นศูนย์กลางของการถ่ายทอดความรู้ และผู้เรียนต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
- ข. ผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์สูงควรได้รับการพัฒนาก่อนผู้เรียนกลุ่มอื่น เพื่อสร้างความเป็นเลิศ
- ค. หลักสูตรมีความสำคัญที่สุด ผู้เรียนต้องปรับตัวให้เข้ากับหลักสูตร
- ง. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
ดูเฉลย เทคนิคติวเตอร์ และวิธีคิด
คำตอบ: ง. ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด
เทคนิคติวเตอร์ — เห็นโจทย์แบบนี้ ตอบแบบนี้
เห็นคำถามหลักการจัดการศึกษาในหมวดแนวการจัดการศึกษา (ม.22) → ตอบ “ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด” + “ทุกคนเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้” ตัวเลือกที่ยกครู หลักสูตร หรือเด็กเก่งบางกลุ่มเป็นศูนย์กลาง ตัดทิ้ง
วิธีคิด
จับใจความโจทย์: ถามหลักใหญ่ในหมวด 4 แนวการจัดการศึกษา มาตรา 22: การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ ตัวเลือกที่ให้ครู หลักสูตร หรือเฉพาะเด็กเก่งเป็นศูนย์กลาง ขัดกับหลัก “ผู้เรียนสำคัญที่สุด” และ “ทุกคน” เรียนรู้ได้
ข้อ 5
พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ: การบริหารและการจัดการศึกษามาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้กระทรวงกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาไปยังคณะกรรมการและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาโดยตรง ในด้านใดบ้าง
- ก. ด้านวิชาการ งบประมาณ อาคารสถานที่ และกิจการนักเรียน
- ข. ด้านหลักสูตร การวัดผล การแนะแนว และการบริหารทั่วไป
- ค. ด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป
- ง. ด้านนโยบาย แผน มาตรฐานการศึกษา และการประกันคุณภาพภายนอก
ดูเฉลย เทคนิคติวเตอร์ และวิธีคิด
คำตอบ: ค. ด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป
เทคนิคติวเตอร์ — เห็นโจทย์แบบนี้ ตอบแบบนี้
เห็นคำว่า “กระจายอำนาจ” ตาม ม.39 → จำ 4 งาน “วิ–งบ–บุคคล–ทั่วไป” (วิชาการ งบประมาณ บริหารงานบุคคล บริหารทั่วไป) ตัวเลือกที่เอางานย่อย เช่น อาคารสถานที่ กิจการนักเรียน แนะแนว มาแทน ถือว่าผิด
วิธีคิด
จับใจความโจทย์: ถามขอบเขตการกระจายอำนาจตามมาตรา 39 มาตรา 39 (แก้ไขโดย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545) ให้กระทรวงกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา ทั้งด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป ไปยังคณะกรรมการและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง อาคารสถานที่ กิจการนักเรียน การแนะแนว เป็นงานย่อยภายในโรงเรียน ไม่ใช่ 4 ด้านตามกฎหมาย ส่วนการกำหนดนโยบาย แผน และมาตรฐานการศึกษาเป็นอำนาจของกระทรวงตามมาตรา 31 ไม่ใช่สิ่งที่กระจายลงไป