ข้อสอบภาค ข: วิชาการศึกษา ครูผู้ช่วย (ภาค ก + ภาค ข)
หลักสูตร การจัดการเรียนรู้ จิตวิทยาการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล วิจัยในชั้นเรียน การบริหารชั้นเรียน และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา
หัวข้อที่ออกสอบ
ตัวอย่างข้อสอบภาค ข: วิชาการศึกษา พร้อมเฉลย
ข้อ 1
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ข้อใดไม่ใช่สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5 ประการ
- ก. ความสามารถในการสื่อสาร
- ข. ความสามารถในการแก้ปัญหา
- ค. ความสามารถในการทำงานเป็นทีม
- ง. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
ดูเฉลย เทคนิคติวเตอร์ และวิธีคิด
คำตอบ: ค. ความสามารถในการทำงานเป็นทีม
เทคนิคติวเตอร์ — เห็นโจทย์แบบนี้ ตอบแบบนี้
เห็นคำถาม ‘สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน’ ตามหลักสูตร 2551 → ท่องย่อ ‘สื่อ–คิด–แก้–ชีวิต–เทค’ ตัวเลือกไหนไม่อยู่ใน 5 คำนี้คือคำตอบ ระวัง: ถ้าโจทย์ถาม ‘คุณลักษณะอันพึงประสงค์’ (8 ข้อ) ต้องใช้อีกชุดหนึ่ง อย่าปนกับสมรรถนะ (5 ข้อ)
วิธีคิด
จับใจความโจทย์: ถามหาข้อที่ “ไม่อยู่” ในสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5 ประการตามหลักสูตรแกนกลางฯ 2551 สมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ (1) ความสามารถในการสื่อสาร (2) ความสามารถในการคิด (3) ความสามารถในการแก้ปัญหา (4) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต (5) ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี การทำงานร่วมกับผู้อื่นเป็นส่วนหนึ่งในคำอธิบายของ ‘ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต’ (การทำงานและการอยู่ร่วมกันในสังคม) แต่ไม่ได้ถูกตั้งเป็นสมรรถนะแยกข้อหนึ่งใน 5 ประการ ระวังสับสนกับกรอบหลักสูตรฐานสมรรถนะที่ สพฐ. พัฒนาขึ้นใหม่ ซึ่งมีสมรรถนะด้านการรวมพลังทำงานเป็นทีม — โจทย์ระบุหลักสูตร 2551 จึงต้องยึดชุด 5 ประการ
ข้อ 2
หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานการจัดการเรียนรู้แบบฐานสมรรถนะ (Competency-based Learning) ให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากที่สุด
- ก. ผู้เรียนท่องจำเนื้อหาได้ครบทุกตัวชี้วัดก่อนสอบปลายภาค
- ข. ผู้เรียนนำความรู้ ทักษะ และเจตคติ ไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์จริงได้
- ค. ผู้เรียนทุกคนเรียนเนื้อหาเดียวกันด้วยเวลาและจังหวะเท่ากันตามตาราง
- ง. ใช้ข้อสอบปรนัยปลายภาคเป็นหลักฐานการเรียนรู้เพียงอย่างเดียว
ดูเฉลย เทคนิคติวเตอร์ และวิธีคิด
คำตอบ: ข. ผู้เรียนนำความรู้ ทักษะ และเจตคติ ไปใช้แก้ปัญหาในสถานการณ์จริงได้
เทคนิคติวเตอร์ — เห็นโจทย์แบบนี้ ตอบแบบนี้
เห็นคำว่า ‘ฐานสมรรถนะ / Competency’ → เลือกตัวเลือกที่มีคำว่า ‘นำไปใช้ / ปฏิบัติได้จริง / สถานการณ์จริง / ความรู้ + ทักษะ + เจตคติ’ ตัดข้อที่เน้นท่องจำ เนื้อหาครบ หรือสอบปรนัยอย่างเดียวทิ้งได้ทันที
วิธีคิด
จับใจความโจทย์: ถามแก่นของ ‘ฐานสมรรถนะ’ ว่าต่างจากการเรียนที่เน้นเนื้อหาอย่างไร สมรรถนะ คือการบูรณาการความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skills) และเจตคติ/คุณลักษณะ (Attitudes) ออกมาเป็นการกระทำที่ทำได้จริงในสถานการณ์จริง ไม่ใช่แค่ ‘รู้’ แต่ต้อง ‘ทำได้’ การท่องจำให้ครบทุกตัวชี้วัดเป็นแนวเน้นเนื้อหา · การให้ทุกคนเรียนจังหวะเดียวกันขัดกับแนวฐานสมรรถนะที่ให้ผู้เรียนก้าวหน้าตามความพร้อม · ข้อสอบปรนัยอย่างเดียววัดการปฏิบัติจริงไม่ได้ ต้องมีหลักฐานเชิงปฏิบัติร่วมด้วย
ข้อ 3
การจัดการเรียนรู้ครูต้องการให้นักเรียนเริ่มเรียนจากสถานการณ์จริงที่ยังไม่มีคำตอบสำเร็จรูป คือ “น้ำในคลองหลังโรงเรียนมีกลิ่นเหม็น” แล้วให้นักเรียนตั้งคำถาม สืบค้น วิเคราะห์สาเหตุ และเสนอแนวทางแก้ไขเป็นกลุ่ม ครูควรใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ใด
- ก. การสอนแบบนิรนัย (บอกหลักการก่อนแล้วให้ยกตัวอย่าง)
- ข. การสอนแบบสาธิต (ครูลงมือทำให้ดูทีละขั้นตอน)
- ค. การสอนแบบบทบาทสมมติ (ให้นักเรียนสวมบทบาท)
- ง. การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning)
ดูเฉลย เทคนิคติวเตอร์ และวิธีคิด
คำตอบ: ง. การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning)
เทคนิคติวเตอร์ — เห็นโจทย์แบบนี้ ตอบแบบนี้
เห็น ‘เริ่มจากปัญหาจริง + นักเรียนสืบค้นหาทางแก้เอง’ → Problem-based Learning ถ้าโจทย์เน้น ‘ผลิตชิ้นงาน/ผลงานออกมาเป็นรูปธรรม’ → มักเป็น Project-based Learning · ตัดวิธีที่ครูเป็นผู้บอกหรือผู้ทำให้ดู (บรรยาย นิรนัย สาธิต) ทิ้งก่อน
วิธีคิด
จับใจความโจทย์: จุดเริ่มต้นของบทเรียนคือ ‘ปัญหาจริง’ และนักเรียนเป็นผู้สืบค้นหาทางแก้เอง Problem-based Learning (PBL) ใช้ปัญหาที่ซับซ้อนและสัมพันธ์กับชีวิตจริงเป็นตัวกระตุ้น ผู้เรียนทำงานกลุ่ม ระบุสิ่งที่ต้องรู้ สืบค้น และสร้างความรู้เพื่อแก้ปัญหา โดยครูเป็นผู้อำนวยความสะดวก นิรนัยเริ่มจากครูบอกหลักการก่อน (ตรงข้ามกับการเริ่มจากปัญหา) · สาธิตคือครูทำให้ดู · บทบาทสมมติเน้นการสวมบทบาทเพื่อเข้าใจความรู้สึกหรือสถานการณ์ ไม่ได้เน้นการสืบค้นแก้ปัญหา
ข้อ 4
การจัดการเรียนรู้ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มบ้าน กลุ่มละ 4 คน แต่ละคนรับหัวข้อย่อยคนละเรื่องไปศึกษาร่วมกับสมาชิกจากกลุ่มอื่นที่ได้หัวข้อเดียวกัน (กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ) แล้วกลับมาสอนเพื่อนในกลุ่มบ้าน การเรียนแบบร่วมมือนี้เรียกว่าเทคนิคใด
- ก. ต่อชิ้นส่วน (Jigsaw)
- ข. แบ่งกลุ่มตามผลสัมฤทธิ์ (STAD)
- ค. คู่คิด (Think-Pair-Share)
- ง. การแข่งขันระหว่างกลุ่มด้วยเกม (TGT)
ดูเฉลย เทคนิคติวเตอร์ และวิธีคิด
คำตอบ: ก. ต่อชิ้นส่วน (Jigsaw)
เทคนิคติวเตอร์ — เห็นโจทย์แบบนี้ ตอบแบบนี้
เห็นคำว่า ‘กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (expert group)’ หรือ ‘แบ่งเนื้อหาให้คนละส่วนแล้วกลับมาสอนกัน’ → Jigsaw เห็น ‘คะแนนพัฒนาการรวมเป็นคะแนนกลุ่ม’ → STAD · เห็น ‘แข่งเกม/ทัวร์นาเมนต์’ → TGT · เห็น ‘คิดเดี่ยว–คู่–แบ่งปัน’ → Think-Pair-Share
วิธีคิด
จับใจความโจทย์: คีย์เวิร์ดคือ ‘กลุ่มบ้าน’ + ‘กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ’ + ‘กลับมาสอนเพื่อน’ Jigsaw (พัฒนาโดย Elliot Aronson) แบ่งเนื้อหาเป็นชิ้น ๆ ให้แต่ละคนเป็นผู้เชี่ยวชาญหนึ่งชิ้น สมาชิกจึงต้องพึ่งพากันจึงจะได้ภาพรวมครบ STAD เน้นเรียนในกลุ่มคละความสามารถแล้วสอบรายบุคคล นำคะแนนพัฒนาการมารวมเป็นคะแนนกลุ่ม · Think-Pair-Share คือคิดเดี่ยว–จับคู่–แลกเปลี่ยนกับชั้น · TGT ใช้เกมแข่งขันระหว่างทีม
ข้อ 5
การจัดการเรียนรู้ข้อใดเป็นจุดประสงค์การเรียนรู้เชิงพฤติกรรมที่เขียนได้เหมาะสมที่สุดสำหรับแผนการจัดการเรียนรู้
- ก. นักเรียนเข้าใจลักษณะสำคัญของสัตว์มีกระดูกสันหลังและไม่มีกระดูกสันหลัง
- ข. นักเรียนตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์มีกระดูกสันหลังที่มีต่อระบบนิเวศ
- ค. นักเรียนจำแนกสัตว์มีกระดูกสันหลังจากภาพที่กำหนดได้ถูกต้องอย่างน้อย 8 ใน 10 ภาพ
- ง. ครูอธิบายลักษณะของสัตว์มีกระดูกสันหลังพร้อมยกตัวอย่างให้นักเรียนฟังอย่างชัดเจน
ดูเฉลย เทคนิคติวเตอร์ และวิธีคิด
คำตอบ: ค. นักเรียนจำแนกสัตว์มีกระดูกสันหลังจากภาพที่กำหนดได้ถูกต้องอย่างน้อย 8 ใน 10 ภาพ
เทคนิคติวเตอร์ — เห็นโจทย์แบบนี้ ตอบแบบนี้
เห็นโจทย์ ‘จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม’ → เลือกข้อที่มีกริยาการกระทำที่เห็นได้ (บอก จำแนก เขียน คำนวณ วาด) + เงื่อนไข + เกณฑ์ ตัดข้อที่ใช้คำว่า ‘เข้าใจ / รู้ / ตระหนัก / ซาบซึ้ง’ และข้อที่ผู้กระทำเป็น ‘ครู’ ทิ้งทันที
วิธีคิด
จับใจความโจทย์: หาจุดประสงค์ที่ ‘สังเกตและวัดได้’ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ดีควรมี (1) พฤติกรรมที่แสดงออกและสังเกตได้ (จำแนก) (2) เงื่อนไขหรือสถานการณ์ (จากภาพที่กำหนด) (3) เกณฑ์ (อย่างน้อย 8 ใน 10 ภาพ) — ตัวเลือกนี้ครบทั้ง 3 องค์ประกอบ ‘เข้าใจ’ และ ‘ตระหนัก’ เป็นกริยาที่เกิดในใจ สังเกตโดยตรงไม่ได้ จึงวัดผลยาก ตัวเลือกที่ขึ้นต้นด้วย ‘ครูอธิบาย…’ ผิดหลัก เพราะจุดประสงค์ต้องเขียนเป็นพฤติกรรมของผู้เรียน ไม่ใช่กิจกรรมของครู